โทรสอบถาม

088-246-2824 K.เบล

เปิดบริการ

ทุกวัน 9:00 น. – 18:30 น.

ยี่ห้อรถยุโรป

ยี่ห้อรถยุโรป

ยี่ห้อรถยุโรป ราคาดี 2023

ยี่ห้อรถยุโรป โลโก้รถ เป็นการออกแบบสัญลักษณ์ของรถแบรนด์ต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักที่มาของโลโก้รถยุโรปชื่อดังกัน โลโก้รถ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถแบรนด์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบโลโก้รถต้องสื่อความหมายของเรื่องราวที่ต้องการให้ได้เข้าใจง่ายที่สุด และยังเป็นการช่วยให้เราจดจำรถของแบรนด์นั้น ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปดูโลโก้รถจากทวีปยุโรปว่าโลโก้รถแต่ละแบรนด์มีประวัติและที่มาอย่างไรบ้าง

รวมโลโก้รถยุโรปชื่อดังระดับโลก

รถยนต์มือสอง รถยุโรปถือเป็นรถที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นเจ้าของ เพราะรถจากยุโรปในหลาย ๆ แบรนด์นั้นมักจะเป็นแบรนด์หรูระดับโลกนั่นเอง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนหมู่มากอยู่แล้ว

  1. รถ Volkswagen แบรนด์รถยนต์สัญชาติเยอรมนี ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1973 ชื่อของ Volkswangen นั้นมีความหมายในภาษาเยอรมันว่า “รถของประชาชน” โดยการออกแบบโลโก้รถ Volkswangen มาจากตัวย่อของชื่อแบรนด์ที่ออกมาเป็น VW โดยใช้วงกลมแทนตัวคนที่อยู่ล้อมรอบโลโก้รถเปรียบเสมือนคนที่อยู่ในรถ ส่วนสีที่ใช้ในโลโก้รถนี้ มีการใช้สีน้ำเงินเข้มเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือและมีระดับของแบรนด์ และใช้สีขาวทเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์และมีเสน่ห์ และเมื่อปี 2019 ทาง Volkswagen ได้มีการเปลี่ยนโลโก้รถให้เรียบง่ายโดยการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เหลือแต่สิ่งสำคัญ กลายเป็นโลโก้ 2 มิติ อันสวยงามนี้เอง ราคาโดยประมาณ 590,100-1,124,000 บาท
  2. รถ Volvo แบรนด์รถยนต์อันโด่งดังไปทั่วโลกจากประเทศสวีเดน ก่อตั้งโดยบริษัท SKF สวีเดนในปี 1927 โดยตัวโลโก้รถ Volvo สื่อถึงความแข็งแกร่ง คำว่า Volvo แปลว่า I Roll ในภาษาละติน สื่อถึงแบรนด์ที่ต้องการช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น มีลูกศรเป็นสัญลักษณ์ของธาตุเหล็กโบราณ อุตสาหกรรมในประเทศสวีเดน และดาวอังคารที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง รวมถึงการใช้สีน้ำเงินที่หมายถึงความน่าเชื่อถือและสีเงินที่เป็นสัญลักษณ์ของธาตุเหล็ก ราคาโดยประมาณ 2,090,000-5,990,000 บาท
  3. รถ Benz แบรนด์รถยนต์สุดหรูจากประเทศเยอรมนี มีการก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1926 จากการร่วมมือกันของ 2 ผู้ผลิตรถยนต์ที่เคยเป็นคู่แข่งกันอย่าง โกท์ลีป ไดม์เลอร์ และ คาร์ล เบนซ์ ซึ่งตัวโลกโก้รถ Mercedes-Benz มีที่มาจากโปสต์การ์ดของ โกท์ลีป ไดม์เลอร์ ที่ได้วาดดาวสามแฉกไว้พร้อมเขียนคำบรรยายว่าสักวันหนึ่งดาวดวงนี้จะส่องแสงเหนือโรงงานของเขาและนำความเจริญมั่งคั่งมาสู่บริษัทได้นั่นเอง หรืออีกนัยหนึ่ง ตัวโลโก้รถก็ยังหมายถึงมอเตอร์ที่สามารถใช้ได้กับทั้งทางน้ำ ดิน และอากาศ
  4. รถ MINI แบรนด์รถยนต์ขนาดเล็กสุดคลาสสิก ที่ผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่าง BMW เป็นเจ้าของใหญ่ ตัวโลโก้รถ MINI มีชื่อแบรนด์อยู่ตรงกลางวงกลมสีดำมีปีกสื่อถึงความเร็วและเสรีภาพ สีของโลโก้รถประกอบไปด้วยสีดำและเงินที่มีความหมายแตกต่างกัน โดยสีเงินแสดงถึงความหรูหรา ส่วนสีดำช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและเป็นเลิศให้กับโลโก้รถ MINI มากยิ่งขึ้น ราคาโดยประมาณ 1,959,000-4,200,000 บาท
  5. รถ Triumph บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชื่อดังในประเทศอังกฤษ โดยโลโก้รถจักรยานยนต์แบรนด์นี้มีตัว T ที่ในตอนแรกถูกออกแบบให้คล้ายกับฝาสูบเครื่องยนต์แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีเส้นโค้งที่ลากจากตัว R ไปจนถึง H คล้ายกับรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ของโลโก้รถ และมีสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมคล้ายกับธงชาติอังกฤษซึ่งเป็นประเทศผู้ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมา เพิ่มเข้าไปอีกด้วย ราคาโดยประมาณ 395,000-985,000 บาท
  6. รถ Porsche อีกหนึ่งรถยนต์แบรนด์หรูที่ก่อตั้งเมื่อปี 1931 จากประเทศเยอรมนีทำให้โลโก้รถของ Porsche มีความเป็นเยอรมนี ด้วยธงชาติ สี ชื่อเมืองที่ผลิต และสัญลักษณ์ของเมืองที่เป็นรูปม้า แสดงถึงความทรงพลังและความรวดเร็วของรถ รวมไปถึงเขากวางสีดำและแถบสีดำ-แดงที่หมายถึงอาณาจักรก่อนรวมเป็นประเทศเยอรมนี เข้าไปบนโลโก้รถ ราคาโดยประมาณ 4,900,000-22,100,000 บาท
  7. รถ Lamborghini แบรนด์รถยนต์ที่มาจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศอิตาลี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 ตัวโลโก้รถ Lamborghini มีจุดเด่นอยู่ที่วัวกระทิงสีทองซึ่งเป็นสายพันธุ์สัตว์ที่ผู้ก่อตั้งชอบมากที่สุดและยังเป็นสัตว์ประจำราศีของผู้อีกตั้งอีกด้วย นอกจากนี้การใช้วัวกระทิงยังมีความหมายถึงความแข็งแกร่งทนทานดั่งเช่นรถยนต์ยี่ห้อ Lamborghini ส่วนเหตุผลที่โลโก้รถแบรนด์นี้มีสีดำและทองเป็นเพราะทั้งสองสีนั้นแสดงถึงอำนาจบารมีและความหรูหรานั่นเอง ราคาโดยประมาณ 21,500,000-178,000,000 บาท
  8. รถ BMW แบรนด์รถยนต์ที่หลายคนคงคุ้นชื่อ เพราะออกรถยนต์มามากมายหลากหลายสไตล์ BMW ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อปี 1916 โลโก้รถ BMW มีจุดสังเกตที่วงกลมสีฟ้าและขาวซึ่งมีที่มาจากสีของแคว้นบาวาเรีย แคว้นที่เป็นจุดกำเนิดของ BMW หรือในอีกมุมหนึ่งตัวโลโก้รถก็ยังสามารถมองเห็นเป็นรูปใบพัดสีขาวกำลังหมุนตัดกับท้องฟ้าซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจการบินในช่วงแรกของการเปิดบริษัท BMW ราคาโดยประมาณ 1,999,000-17,999,000 บาท

ราคารถยุโรป

รถยุโรป รถยุโรปมือสอง ราคาจะถูกลงอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะรถยี่ห้อดังอย่าง MERCEDES-BENZ, BMW และ VOLVO ซึ่งเปลี่ยนจากการนำเข้าทั้งคันมาเป็นการประกอบภายในประเทศแทน ด้วยเหตุผลที่ว่าพิกัดทางภาษีจะถูกกว่า สามารถจัดออพชั่นได้มากขึ้น จึงทำให้ราคาของรถยุโรปในปัจจุบันถูกลง ส่งผลให้การนำมาประกอบในไทยก็ยิ่งทำให้ราคาของรถถูกลงกว่าเดิมด้วย และนี่คือข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้นของรถยุโรป หวังว่าผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้จะได้ความรู้เกี่ยวกับรถจากยุโรปไปพอสมควร ต้องบอกเลยว่ารถเหล่านี้เป็นรถที่สร้างชื่อเสียงและตำนานไปทั่วโลก ถือเป็นรถที่ใครหลายคนรู้จักและให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง หากใครอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับรถก็ไม่ควรพลาดกับบทความต่างๆ ของเว็บไซต์นี้

รถยุโรปดียังไง

หลายคนมักจะตั้งคำถามว่ารถยุโรป รถมือสอง นั้นดียังไง ต้องบอกว่าอะไหล่ของรถเหล่านี้มักจะมีความแข็งแรงและทนทานมากกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไป โดยเฉพาะช่วงล่างจะมีความแข็งแรงแน่นหนึบขับสนุก และที่สำคัญก็ต้องบอกว่าส่วนใหญ่รถเหล่านี้จะสร้างมลพิษน้อยกว่ารถญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับความโดดเด่นของรุ่นรถยุโรปก็คงจะเป็นการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพที่ดีมาก ๆ และนี่คือข้อดีของรถยนต์จากยุโรป

รถยุโรปที่น่าใช้

สำหรับรถยุโรปที่อยากแนะนำก็คือ MERCEDES-BENZ C-CLASS MINORCHANGE 2018 ยานยนต์ทรงซาลูน/ซีดาน เพราะเป็นรุ่นที่ดูมีความโฉบเฉี่ยว โดยมีการปรับภายนอกเพื่อให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งมีตรารถยุโรปแบบตราดาวสามแฉกที่เป็นเอกลักษณ์ โคมไฟหน้าในรุ่นเริ่มต้นจะเป็นแบบ LED HIGH PERFORMANCE รุ่นกลางและรุ่นท็อปจะเป็นแบบ MULTIBEAM LED ซึ่งมีฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยมากมาย ห้องโดยสารเน้นความหรูหรา แทบจะไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้เลย สำหรับรถยุโรปรุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร แทนเครื่องปลั๊กไฮบริด มีราคา 2.349-2.89 ล้านบาท

รถยนต์สัญชาติยุโรป

หากนึกถึงรถยนต์หรูดีไซน์แพงต้องยกให้รถยุโรป ทั้งรถยุโรปส่วนใหญ่ยังเป็นแบรนด์ที่คุ้นเคยกันดีเช่นกัน อาทิ Mercedes-Benz BMW Porsche Lamborghini ฟอร์ด จากัวร์ Ferrari Maserati ที่นอกจากความหรูหราจนขึ้นชื่อว่าเป็นรถในฝันของใครหลาย ๆ คนแล้ว ยี่ห้อรถยุโรป รถยุโรปยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงมากแต่ตัวรถยนต์ก็มีความแข็งแรงทนทานด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้รถยุโรปยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจจนทำให้เป็นที่นิยม ดังนี้

  • ดีไซน์ที่ดูหรูและสวยงามของรถยุโรปตอบโจทย์ความชอบส่วนตัวของหลาย ๆ คน
  • เครื่องยนต์มีความโดดเด่นในเรื่องสมรรถนะ ถึงแม้จะมีขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กแต่มีแรงม้าที่สูง เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความเร็ว
  • เนื่องจากรถยุโรปส่วนใหญ่นั้นให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้สร้างมลพิษน้อย ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน
  • อะไหล่รถยนต์มีความแข็งแรงรวมถึงช่วงล่างของตัวรถที่มีความแข็งแรงเช่นกัน เพื่อรองรับการขับขี่ที่รวดเร็วและสร้างความมั่นคงให้กับรถ

เปรียบเทียบรถญี่ปุ่น รถยุโรป แบบไหนดี ก่อนอื่นต้องคำนึงถึงความชอบส่วนบุคคลว่ามีความชื่นชอบแบรนด์ไหนหรือดีไซน์รถยนต์ลักษณะไหน จากนั้นค่อยเลือกในส่วนของฟังก์ชันส์และตัวรถ ประกอบกับช่วงราคาที่เหมาะสมตามที่ต้องการ และสำหรับคนที่ยังมีความลังเลอยู่นั้นฮักส์จะมาเปรียบเทียบรถญี่ปุ่น VS รถยุโรป กันว่าควรเลือกแบบไหนดีที่ตอบโจทย์มากที่สุด

สรุป ยี่ห้อรถยุโรป

การจะเลือกรถยนต์สัญชาติไหนดีนั้นคงต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยและองค์ประกอบหลายอย่างของผู้ซื้อรวมถึงงบประมาณในการซื้อรถยนต์ที่ต้องการ นอกจากการเลือกซื้อรถยนต์แล้วอีกสิ่งที่สำคัญคือการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่มอบความคุ้มครองให้แก่ตัวรถยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ และประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ฮักส์มีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในเรื่องของความคุ้มครอง รวมถึงมีประกันภัยอะไหล่รถยนต์ที่คุ้มครองชิ้นส่วนสำคัญทั้งค่าอะไหล่และค่าซ่อม ยินดีให้คำแนะนำการเลือกซื้อประกันภัยที่เหมาะกับคุณ บริการตลอด 24 ชั่วโมง การันตีได้เลยว่าจะได้ราคาดีกว่าที่อื่น จ่ายสดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่กดราคาอย่างแน่นอน โดยที่สามารถติดต่อมาผ่านทางเว็บไซต์ของเรา หรือว่าต่อสายตรงมาที่ คุณเบลล์ 088-246-2824 พร้อมให้คำปรึกษา ในการแนะนำรถ ทั้งซื้อและขาย ให้บริการถึงที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสาร หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

เรื่องน่ารู้อื่นๆ